2008/Jul/25

ประกาศผล. .
ตั้งแต่สอบเสร็จวันจันทร์ที่ 21 ก็ตื่นเต้นมากกกกกกทุกวัน
คิดแต่เรื่องทุนตลอดเวลา แทบไม่ได้คิดเรื่องอื่น
บางทีคิดแล้วก็หัวใจเต้นแรง ท้องปั่นป่วน. .
คือ แบบว่าใฝ่ฝันมาเป็นสิบปีอยากเรียนนอก
แล้วก็พยายามสุดๆๆๆเพื่อให้สอบผ่านระดับสอง
จะได้มีสิทธิ์สอบทุนมงตั้งแต่ปี 2005 . .
ปีนี้ก็โคตรจะทุ่มเทเพื่อสิ่งนี้. .
วันนี้คือวันที่รอคอยจริงๆ. .
ในที่สุด วันนี้ก็มาถึง . .

ตั้งแต่เช้าตื่นมา 6 โมง. .
แล้วก็คิดเรื่องทุนก็ตื่นเต้นนอนไม่หลับอีก
เป็นแบบนี้ทุกวันตั้งแต่สอบสัมภาษณ์เสร็จ เหอๆ
แล้วก็เลยไปขี่จักรยาน มะวานไปที่ทำงานคนแรก
ตั้งแต่แปดโมง. . แต่วันนี้หยุดเพราะขอพี่เมย์
(หัวหน้าเราเอง) มานั่งลุ้นผลสอบกับพ่อแม่เอิ่นเอิ๊นนี่แหล่ะ

ตั้งแต่เช้าก็ขี่จักรยานเสร็จแล้วก็ไปเดอะมอลล์
กินข้าวแล้วก็ไปธนาคารฆ่าเวลารอ 4 โมง. .
ไปสมัครบัตรเครดิตหลายแบงค์มากๆๆๆๆ
เริ่มจาก ไทยพานิชย์ แล้วก็ . . กสิกรไทย กรุงไทย
citibank กรุงเทพ กรุงศรี เยอะได้อีก. . .
ตอนแรกแม่จะพาไปสมัคร อะไรอีกกรุงนี่แหล่ะ 55
แต่ถ้าสมัครจะกลายเป็นเลข 7 พอดี 7 ที่
แล้วตอนไปเปลี่ยนเค้าบอกว่าเลข 7 ไม่ดี
เลยบอกแม่ ไม่เอา กลับบ้านไปรอผลสอบดีกว่า
ตอนหลังเลยแวะไปซื้อหนมปังแล้วก็บึ่งกลับบ้าน
มาถึงบ้าน 3.45 พอดี. . แล้วก็รอๆๆๆ ตื่นเต้นมาก

พอ. . 3.59 ปุ๊ป ก็คลิ๊ก Refresh แล้วทุกคนก็มามุงกันที่คอม
ตื่นเต้นมากกก. . . และแล้ว ที่เขียนว่า. .

ประกาศผลสอบข้อเขียน ก็เปลี่ยนเป็น
ประกาศผลสอบสัมภาษณ์. . กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดส์
ตื่นเต้นนนนมาก. . ห้าสิบห้าสิบมาก. . ลุ้นสุดๆ. .
ไอ้เราก็แทบจะไม่กล้าดูเลยทีเดียว
พอเอิ๊นเปิดหน้าต่าง Adobe มา
เราก็ไปหาสมุดมาบังชื่อก่อน เสียว 55
แล้วค่อยเลื่อนกระดาษลงมาเรื่องดูทีละชื่อ. .
ตอนผลสอบข้อเขียนเราได้คนที่ 5 เลยคิดแล้วว่า
ถ้าไม่ใช่คนแรกก็คนที่สอง ถ้าคนที่สามยังไม่ใช่ก็ไม่ได้ละชัวร์

ทีนี้. . พอเห็นคนแรก. . ไม่ใช่. .
คนที่สอง. . ไม่ใช่ แถมเลขประจำตัวเค้าคือ 10
ตอนนั้นตื่นเต้นมากไม่มีสติแล้ว เบลอ
นึกว่า 10 คือเลย 5 ไปแล้ว นึกว่าไม่ได้แล้ว
ก็พูดออกมาว่า .. ไม่ได้แล้ว. .
สักแวบนึงเลยคิดมาได้ เรามันคนที่ 5 แต่เลข 12 นี่หน่า. .
แล้วเลขถัดไป คนที่สามก้อคือเลข 12 จริงๆด้วย. .
ยังไม่ทันจะเห็นชื่อ เห็นแค่เลข 12 ก็กรี๊ดดดดดดดดดดดดส์
ลั่นบ้าน วิ่งไปห้องพ่อแม่แล้วก็กรี๊ดดดดเจ็บคอมาก
แล้วก็ร้องไห้ออกมาเป็นแม่น้ำเลยยยย. .
ดีใจมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกส์
วันนี้ที่รอคอยมาเป็นสิบปีมาถึงแล้ว
ในที่สุดความบากบั่นและความพากเพียรพยายาม
ตลอดจนความดีความกตัญญูของเราก็นำพาให้เราประสบความสำเร็จ
ตามที่เราปราถนาไว้ อีกอย่าง. . ไปเปลี่ยนชื่อใหม่มาด้วย ^^ ดีจังเลย
ไม่รู้ถ้ายังเป็นชื่อเก่าจะผ่านไหมนะ. .
เพราะตั้งแต่ 13 ขวบ สอบชิงทุนไปต่างประเทศไม่รู้กี่ทุนแล้ว
ทุนแลกเปลี่ยนประมาณ 5-6 รอบ แล้วมีทุนไปเรียนป.ตรีของนิวซีแลนด์
ที่ผ่านแล้วแต่ต้องจ่าย 1 แสน ซึ่งจริงๆมันคุ้มมากแต่ตอนนี้เศรษฐกิจแย่มาก
เลยไม่ได้ไป. . ตอนติดทุนก.พ.ก็ดีใจ คลั่งไปเลย แต่ก็ไม่ผ่านสัมภาษณ์
สรุปว่าไม่มีดวงได้ไปเรียนต่อต่างประเทศมาจนกระทั่งตอนนี้แหล่ะ. .
ถือว่าคุ้มมาก กับ 10 ปีที่พากเพียรพยายามและไม่ท้อถอยไม่หมดหวัง
แล้วก็คุ้มมากที่เราเลือกที่จะฟิตญี่ปุ่นเพื่อให้มีสิทธิ์สอบทุนมง
แทนที่จะเอาเวลาไปนั่งอ่านวิชาที่เราไม่ได้ใช้ประโยชน์เช่น มีธโต
เพียงแค่เพื่อทำเกรด. . ไม่ได้เกียรตินิยมแต่ได้ทุน คุ้มกว่ากันเยอะ อิอิ
ภูมิใจในตัวเองจังเลยอ่า. . ดีใจมากด้วย. . .


แม่รีบโทรไปบอกญาติทุกคนเลย แล้วพี่เมย์ก็โทรมาถามด้วยว่าเป็นไงบ้าง
ตอนแรกว่าจะไปฉลองคาราโอเกะกันที่บิ๊กเอคโค่แต่ไม่ไหวอ่า
กรี๊ดส์จนเสียงแหบไปหมดเลย ร้องไม่ไหวเลยไปกินร้านญี่ปุ่นที่สยาม
ชื่อ ยามาเนะ ที่ไปฉลองกันตอนผ่านข้อเขียน. . เมื่อวันศุกร์ที่ 11
ตอนนั้นก็สัญญากันว่า ถ้าวันที่ 25 (วันนี้) ผ่านก็จะมาฉลองกันอีก
ตอนนั้นก็เสียวๆว่าจะได้มาอีกรอบไหมนะ. . ในที่สุดก็ได้มาจริงๆด้วยวันนี้





ดีใจและมีความสุขมากกๆๆ .. ตอนนี้ยังไม่อยากจะเชื่อเลยว่าได้ทุนแล้ว
เป็นอะไรที่ฝันมานานมากจริงๆอะ. . วันนี้คงนอนหลับฝันดี หลังจากที่
ตื่นเต้นนอนไม่หลับมาเป็นอาทิตย์ . . หลังจากสัมภาษณ์เสร็จนอนวันละ
4 ชม.ติดๆกันมาสามวันแล้วเนี๊ยะ. .เหอๆๆ. . วันนี้จะนอนเยอะๆเลย . .


มีความสุขมากๆๆ. .
อีกอย่าง เราเชื่อว่าเป็นเพราะเราทำดี เป็นเด็กดี แล้วพระโสธร ร.5
พระประจำบ้าน แล้วก็พระแม่กวนอิม และ เซียงหุกที่เราไหว้ก็คงส่ง
ผลความดีกลับมาเป็นพรประทานให้เราประสบความสำเร็จ. . ^^

ดีใจมากเลย ในที่สุดก็ได้เป็นนักเรียนทุนมงบุโชแล้ว อิอิ :)
สิ่งหนึ่งที่เราเชื่อมาตลอดคือ ชีวิตเราเราเป็นคนเลือกเองได้. .
自分の人生は自分で描く และแล้ววันนี้เราก็เลือกทางเดินชีวิต
ให้กับตัวเอง ด้วยความพากเพียรพยายาม มีความสุขจริงๆเลย :)

รูปนี้ถ่ายจากถุงที่พ่อไปเอามาจากงานนิทรรศการของญี่ปุ่น
ถ่ายไว้ตั้งแต่ตอนเช้าบนรถก่อนไปเดอะมอลล์ตั้งแต่ยังไม่รู้ผล. .
คิดไว้ว่าถ้าผ่าน จะเอารูปนี้มาลงไดอารี่ แล้วก็ได้เอามาลงจริงๆด้วย
อิอิ. . . ^^ 私は日本に行きます。。( ^ - ^ )b

 

edit @ 26 Jul 2008 11:07:24 by HirOki Yukimi

2008/Jul/22

ไม่ได้อัพไดหนึ่งปีเต็มๆกับอีก ยี่่สิบสองวันพอดี
. . นานมากกกกกก

ก่อนอื่นปัดฝุ่นก่อน อิอิ

ไม่ช่าย. .

 

ก่อนอื่นอยากบอกว่า
ตอนนี้กำลังนั่ง up ไดแล้วก็ฟัง Shiawase Neiro อยู่รอบที่หกแล้ว
เปิดติดๆๆๆกัน เพราะมากกกกกกก สุดๆ ชอบมาก. .
ซึ้งอีกแล้ว ฟังแล้วร๊ากกกกกกกกกกกเร้นจิ
ร๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกิ๊กิ๊ที่ซู๊ดเลย




เราเริ่มชอบเร้นจ์กรกฎาปี 2005
ตอนนี้กรกฎาปี 2008 รักเร้นจิครบ 3 ปีพอดีเลย ^^




อยากจะอัพไดมากเพราะว่า เมื่อวาน!!!!!
ไปสอบสัมภาษณ์ทุนมงมาแล้ว
หลังจากที่ซุ่มสอบวัดระดับสองอยู่สองปี
โดยสอบด้วยจุดประสงค์เพื่่์อจะได้มีสิทธิ์สอบทุนมงเนี๊ยะแหล่ะ
ไ่ม่ใช่เพราะจะไปสมัครงานหรืออะไรแบบที่คนส่วนใหญ่เค้าสอบกัน
เพราะว่าทุนมงต้อง 3.5 อัพ แต่เราได้แค่ 3.24
(ขาดอีก 0.01 ได้ 2nd Honor - -" )
เลยต้องใช้ระดับสองช่วย. . ชวดมาหนึ่งปี
เพิ่งผ่านกุมภา ปี 2008 เนี๊ยะแหล่ะ
ดีใจมากกกกกกกกกก แต่ตอนที่รู้ผลกำลังร้องไห้อยู่
แฟนบอกเลิกพอดีเด๊ะ วันเวลาเดียวกันเด๊ะเลย
.. เชื่อเลย . . เหอๆ
แต่ตอนนี้รู้สึกดีแล้วเพราะไม่งั้น
คงต้องนั่งคุยโทรเสียเวลา
ไม่ได้เอาเวลามาฝึกภาษาญี่ปุ่นแบบนี้
ไม่อยากมีแฟนแล้ว
เอาเวลาไปทำอย่างอื่นมีประโยชน์แต่ออนาคตดีกว่า อิอิ
ยกเว้น แฟนดีดี รวยรวย หล่อหล่อ ไม่นอกใจ อันนี้โอเค
คงจะหาเจอ ฮ่าๆๆ
แต่ยังไงเรารอกิ๊กิ๊ดีกว่า. . แล้วกิ๊จะรอเราไหม สองวันก่อน
ได้ข่าวว่าไอ้เรียวไปมีเมียมีลูกแล้ว
กรูจะบร้า .. ไอ้เรียวเด็กกว่าเราอีกอ่า. . อยู่ดีๆก็ . .
ด๊านมีประกาศออกมาแบบนี้ ทำใจไงไหว
ชอคคับ แต่ก็ยังดี ไม่ใช่กิ๊กิ๊ละกันวะ ฮ่าๆๆ. .
พูดไปพูดมาแมร่งโคตรนอกเรื่องเลย

เข้าเรื่องๆๆ . . กลับมาาาๆๆ ฮ่าๆๆ
น่าาานแหล่ะ สรุปคือ เราทุ่มเทเพื่อให้มีสิทธิ์สอบทุนมง
ได้มาสองปีโดยมีเร้นจิิเป็นแรงผลักดัน
จะบอกว่าที่อยากไปก็เพราะชอบภาษาญี่ปุ่น
และที่ชอบภาษาญี่ปุ่นก็เพราะเร้นจิเนี๊ยะแหล่ะ
ไม่งั้นเรียนตอนแรกๆ คิดอยู่เสมอว่า กรูไม่มีทางพูดได้แน่ชาตินี้
โคตรรรรบรรรลัยยยยยากกกกเลย

อังกฤษนี่ไม่ได้ชมตัวเอง แต่เคยได้คะแนนที่สี่ของเตรียม
โทอิกได้ 855 จริงๆมันก็ไม่ค่อยเยอะหรอก เพราะว่ามัวไป
แก้ข้อนึงแล้วก็เลยฟังไม่ทัน พลาดไปหลายข้อเลยอะ
ทั้งๆที่ง่ายมาก พูดแล้วเสียดายฟร่ะ
ฝรั่งเศสก็เคยเป็นตัวแทนโรงเรียนเตรียมไปแ่ข่งเขียนเรียงความ
ได้รางวัลที่หนึ่ง คะแนนสอบเอนท์ก็ 91.75
เคยผ่านข้อเขียนทุน ก.พ. ซึ่งมีแค่ 5 คนแต่รอบสัมภาษณ์เอา
คนเดียวเลยแค"่เกือบ"ได้ไปเรียนฝรั่งเศสละ. .

แต่ทั้งสองภาษาก็โง่มาก่อนทั้งนั้น เพียงแต่คิดเสมอว่า กรูทำได้ๆๆๆ
แล้วมันก็ทำได้จริงๆ แต่ญี่ปุ่นขอบอก
เลยว่า เรียนไม่ทัน โดนเพื่อนดูถูก อาจารย์ดูถูกจนเคยท้อมาก
ขนาดเรียนเสร็จออกนอกห้องมาร้องไห้มาแล้ว
แต่เพราะออเร้นจ์เร้นจิทำให้เรามีพลังฮึกเหิมและบันดาลใจ
ให้ตั้งใจฝึกเองมากๆๆ เพราะอยากรู้เรื่องเกี่ยวกับเร้นจิ
อยากฟังกิ๊พูดออก อยากรู้ความหมายเพลงเร้นจิ จริงๆก็ชอบมาก
ตั้งแต่ยังอ่านคันจิคำว่า hana ไม่ออกเลย
เพราะดนตรีมันสุดยอดมากกกก รักเร้นจิมาก
ไม่เคยรักวงไหนเท่านี้มาก่อน เร้นจิเป็นกำลังใจและเ็ป็นตัวผลักดัน
ที่แรงกล้าให้เราฝึกญี่ปุ่น รักภาษาญี่ปุ่น มาจนกระทั่งตอนนี้
ตอนนี้เรารักทั้งเร้นจิทั้งภาษาญี่ปุ่นมากๆๆ
ชอบมากกว่าอังกฤษที่บ้ามาตั้งแต่ม.2 เร้นจิ
ทำให้การเข้าใจภาษาญี่ปุ่นของเรา "เ ป็ น ไ ป ไ ด ้"


ตั้งแต่ 29 กุมพาพันธ์ที่ได้รับประกาศนียบัตรผ่านระดับสอง
ก็ตัดสินใจเด็ดขาดทันทีว่าจะมาสอบทุนมง
แล้วก็เตรียมตัวมาตลอด ถึงเราผ่านระดับสองแต่ก็เป็นเพราะ
คันจิ กับ การอ่าน ล้วนๆ การฟังเราแย่มาก
ได้แค่ 37 เต็ม 100 เพราะฉะนั้นตลอดเวลาเราพยายามฝึก
ญี่ปุ่นเพิ่มให้เก่งพอที่จะเขียน Study Plan เป็นภาษาญี่ปุ่น
เพราะที่มหาลัยเรียนเป็นแค่วิชาโทมา มันไม่พออย่างแรง
แค่แต่งประโยคง่ายๆ 1 ประโยค ยังไม่ใช่เรื่องง่ายเลย
เรื่อง Essay ลืมไปได้เลย ไม่เคยมีใ้ห้ฝึกเขียน
โทญี่ปุ่นจุฬานี่แทบเอาไปใช้อะไรไม่ได้อ่า
ถ้าจะเรียนโทญี่ปุ่นไปเรียนธรรมศาสตร์ดีกว่า
แต่ถ้าเอกญี่ปุ่นนี่ก็อีกเรื่องนึง จุฬาเรียนเข้มข้นเหมือนกันคิดว่า

เราเลยคอยติดตามข่าวคราว และเข้าร่วมสัมมนาทุนญี่ปุ่น
และการเรียนต่อป.โทที่ญี่ปุ่นทั้งสองครั้งที่ Jeducation จัดขึ้น
และไปห้องสมุดภาษาญี่ปุ่นที่อโศกทุกวันหยุด ยืมหนังสือห้อง
สมุดมาฝึกอ่าน ส่วนเรื่อง Study Plan เราก็ติดต่อกับเพื่อนและ
รุ่นพี่ที่เคยได้ทุนมง สอบถามเรื่องหัวข้อวิจัย มหาลัย อาจารย์ที่ปรึกษา
และต่างๆมากมาย แต่รู้สึกไม่พอเพราะที่เราตื่นเต้น กังวลที่สุดก็คือ
การสอบสัมภาษณ์ที่ต้องพูดภาษาญี่ปุ่น เราไม่ถนัดการฟังพูด
เลย เพราะที่มหาลัยเรื่องเขียนไม่ดี เรื่องฟังก็ยิ่งไม่ค่อยจะมีเข้าไปใหญ่
ตอนนั้นเคยคุยกับคนญี่ปุ่นนับคนได้เลย
เลยพยายามหาวิธี หาคนญี่ปุ่นในเนต นัดมาเจอกันเพื่อฝึกคุย
แต่ก็ไม่เวิร์คเลย ตอนหลังมีเพื่อนญี่ปุ่น แนะนำให้คุย Skype
เราก็เลยไปซื้อไมโครโฟนมาคุยกับคนญี่ปุ่นใน Skype
แทบจะทุกวันตั้งแต่เดือนพฤษภาคมจนถึงปัจจุบันตลอดสองเดือน
ตั้งแต่ฟังแทบไม่รู้เรื่องกลายเป็นฟังออกแทบจะหมด
คือ ถ้าเป็นเรื่องในชีวิตประจำวันไม่ซับซ้อนมาก
แล้วก็ทำให้ได้เพื่อนญี่ปุ่นเยอะมากๆ มีคนดีดีเยอะมาก ประทับใจมาก
ช่วยสอนช่วยให้กำลังใจตลอด พวกแย่ๆก็มีแต่เราก็ไม่ไปยุ่ง
ทุกชาติก็มีทั้งดีทั้งไม่ดี ที่สำคัญคือ หาเพื่อนดีดีดีกว่า
แล้วก็ทำให้เราได้รู้เรื่องเกี่ยวกับญี่ปุ่นอีกเยอะมาก
และตั้งแต่จำนวนคนญี่ปุ่นที่เคยคุยด้วยนับคนได้ก็เริ่มนับไม่ได้
เพราะคุยกับคนเกือบๆจะหลายสิบคนมากๆ ประมาณ 50-60 ได้มั๊ง
สองเดือนที่ผ่านมา สนุกมากๆๆ ^^


และในที่สุดวันที่ 11 กรกฎาคมก็ประกาศผลสอบข้อเขียนทุนมง . .
ตื่นเต้นมากกกกกกกกก นั่งรีเฟรชหน้าที่จะ
ประกาศผลตั้งแต่เช้า แต่ญี่ปุ่นนี่โคตรตรงเวลา
มันมาตอน 16.00 เด๊ะะะะ จริงๆ ตอน 15.57 รีเฟรชยังไม่มีเลย
และแล้วก็มีชื่อเราผ่านข้อเขียนดีใจมากกกก เลยไปฉลองกิน
ร้านอาหารญี่ปุ่นชื่อ yamane ที่สยาม อร่อยมาก
ปกติกินอาหารน้อยมากกกกกกกถึงมากที่สุด นับครั้งได้อีกแล้ว
เพราะว่ากินมังสวิรัติกึ่งเจ เลยหาไรกินไม่ค่อยได้
แต่วันนั้นสั่ง Kinoko Tendon คือ เทมปุระเห็ดราดข้าว
อร่อยสุดๆๆ ประทับใจมากๆ ฮ่าๆๆ แล้วก็ไปร้องเกะกับ
พ่อแม่แล้วก็เอิ่นเอิ๊น มีความสุขมาก
ทุกคนก็ช่วยลุ้นแล้วก็ดีใจไปกับเรา. .
แต่ก็ . . นะ . . ยังมีสัมภาษณ์อีก

ตั้งแต่นั้นเราก็พยายามคิดว่าเค้าจะถามอะไร แล้วก็ขอคำแนะนำ
แล้วก็สอบถามรุ่นพี่อีก รวมถึงจากเพื่อนๆญี่ปุ่น
ใน Skype น่ารักมากๆๆ มีคนมาฝึกสัมภาษณ์ให้เรา
ประมาณ 3-4 คนแหน่ะ . .
ดีใจมากเลยที่ได้เพื่อนดีดี ทำให้
รู้สึกประทับใจแล้วก็ชอบคนญี่ปุ่นมากเลย ^^
แล้วก็ให้น้องเอิ่นเอิ๊นช่วยฝึกถามให้ประมาณ 4-5 รอบได้ . .
เราก็เตรียมคำตอบไปอย่างดี แต่ก็เท่าที่ความสามารถมี. .
ไม่ได้เลิศเลออะไร แต่ก็พยายามที่สุดแล้ว วันอาทิตย์ก่อน
สอบหนึ่งวันก็นั่งคุยสไคป์แล้วก็ฝึกกับน้องทั้งวันเลย
พอวันจันทร์ เมื่อวานก็ตื่นแต่เช้าาา 6 โมงเช้าแหน่ะ
เพราะว่าถึงจะสอบ 10 โมงก็อยากไปเร็วๆไว้ก่อน ตื่นเต้น
แล้วก็เผื่อกันมีไรผิดพลาด จากนั้นก็ไปถึงประมาณ 9 โมงกว่า
เค้าให้ไปนั่งรวมกันกับคนอื่นที่จะสอบสัมภาษณ์เหมือนกัน
ได้รู้จักพี่ๆเพื่อนๆตั้งเยอะ ทุกคนดูเก่งมาก แล้วก็น่ารัก
อยากให้ได้ไปทุกคนเลยอ่าาา. . แต่ก็น่ากลัวเพราะว่าเค้าเชี่ยวกันจริงๆ
มีทั้งเป็นคนที่ทำอาชีพล่ามนักแปลญี่ปุ่น
เด็กทุนมงป.ตรีเก่าเีรียนจบป.ตรีจากโตเกียว
แล้วก็พี่ที่ทำงานที่ญี่ปุ่นแล้วลางานมาสัมภาษณ์ทุนเมืองไทยก็มี. .
มีเด็กเอกญี่ปุ่นคนนึงก็ลางานสามเดือนมาอยู่บ้านเพื่อเตรียมตัวสอบทุนก็มี . .
แต่ละคน Study Plan ก็น่าสนใจด้วย. . คู่แ่ข่งน่ากลัวมากเลย . .
แต่ว่าทุกคนน่ารักมาก เม้าธ์แตกสนุกมาก
อยากให้ได้ทุกคนแล้วไปด้วยกันจริงๆ


เวลาสัมภาษณ์ล่วงเลยไปนานมาก กว่าจะถึงตาเราก็ . .
นะ . . 10.50 น. ได้ เค้าให้ไปนั่งรอคนเดียวอีกห้องนึง
แยกไว้ก่อนสำหรับคนที่จะสัมภาษณ์กับกรรมการคนต่อไป
จากคนที่กำลังสัมภาษณ์อยู่ประมาณ 10-15 นาที
ตอนนั้นคิดไปคิดมาก็พยายามสงบสติแล้วก็คิดตามที่
คนญี่ปุ่นที่ติวสัมภาษณ์ใน Skype บอกว่า ให้พูดกับตัวเอง
ว่า kanarazu ukarimasu แล้วไปสอบ แล้วก็เพื่อนอีกคนนึง
ที่บอกว่า ให้สัมภาษณ์ด้วยความมั่นใจเข้าไว้
เราก็ทำตามที่เค้าสอน คือ เข้าไปสัมภาษณ์แบบ
มั่นใจ คิดว่าสอบได้แน่นอน

ตอนเข้าไปสัมภาษณ์ ก็พูดทักทายกรรมการแล้วก็ต่อด้วย
Douzo Yoroshiku Onegaishimasu ตามที่ฝึกไว้เด๊ะ
อิอิ แล้วเข้าก็เิชิญนั่ง แล้วก็ถามว่า จะพูดภาษาอะไร
เราก็บอกว่า ญี่ปุ่นก็ได้คะ :) แหม ก็อุตส่าห์ฝึกมานะ แถม
ถ้าพูดอังกฤษ กรูไม่ได้ไปแน่ๆๆ เพราะได้ข่าวว่าจะไปเรียน
และทำวิจัยด้านภาษาญี่ปุ่น ฮ่าๆๆ คำถามเหมือนไม่
ค่อยมีช๊อยส์ให้เลือกเท่าไหร่ อิอิิ. . แล้วเค้าก็ให้แนะนำตัว
แล้วตอนแรกก็ถามตามที่เราเตรียมไว้คือ ทำไมอยาก
ไปเรียนต่อที่ญี่ปุ่น เราก็บอกว่า เรารักการเรียนภาษามาตั้งแต่เด็ก
พออยู่มหาลัยมีโอกาสได้เรียนญี่ปุ่นก็ชอบ
ภาษาญี่ปุ่นมาก อยากจะชำนาญด้านภาษาญี่ปุ่น
แล้วก็ถ้าเรียนในประเทศไทย ก็ไม่มีโอกาสในสัมผัสกับคนญี่ปุ่น
และวัฒนธรรมของญี่ปุ่นเท่ากับการที่เรียนที่ญี่ปุ่นเลยอยากไป
เรียนญี่ปุ่น แล้วเค้าก็ถามว่า ความประทับใจต่อประเทศญี่ปุ่นคืออะไร
ก็บอกไปว่า ชอบที่ญี่ปุ่นเป็นประเทศพัฒนาแ้ล้ว
แต่ก็ยังมีวัฒนธรรมที่เก่าแก่คงเหลืออยู่
ซึ่งคิดว่าเป็นอะไรที่ดีมากๆ แล้วเค้าก็ถามเรื่องวิจัย
ก็ให้อธิบาย ส่วนมากก็ตอบได้ไม่มีปัญหา แต่มีตอนนึงงงมาก
คือ เค้าบอกว่า เราเขียนขัดกันเองใน Study Plan
ตอนนั้นเราก็อึ้งมากเพราะไม่คิดว่าเค้าจะถาม
เพราะเราเองก็ยังไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าเราเขียนไปโดยเข้าใจ
ความหมายของคำผิด ตอนแรกก็ตกใจ ซีดเล็กน้อย
แต่พอคิดว่า ถ้าเป็นงี้แล้วจะไ้ด้ไปไหม ก็เลยกลับมาฮึกเหิมใหม่
อธิบายให้เค้าฟังว่าเราต้องการจะสื่ออะไร เค้าจะได้ไม่รู้สึกว่า
คนเขียนเองยังงงเอง แล้วเค้าก็ถามเรื่องในวิจัยต่ออีก
แต่อย่างอื่นเราก็ตอบได้หมดอย่างดี :) ไม่มีปัญหา
เค้าถามด้วยว่า เคยไปญี่ปุ่นไหม เรียนญี่ปุ่นมากี่ปี
แล้วฝึกนอกห้องบ้างไหม ฝึกการสนทนายังไง เค้าก็เห็นว่า
เราพูดคล่อง แ้ล้วก็พูดเก่งกว่าคนทั่วไปที่เรียนเป็นวิชาโท
มาแค่สามปีด้วย รู้สึกดีใจเหมือนกันที่เค้าเห็นความ
เพียรพยายาม ถ้าไม่ใช่เพราะชอบจริงๆและบากบั่น
เราคงไม่มาถึงจุดนี้แน่ๆ แล้วเค้าก็ถามว่าชอบภาษาญี่ปุ่น
ตรงไหน ก็บอกว่า ชอบที่มีอักษรสามแบบปนกัน
ซึ่งไม่เหมือนกับภาษาอื่นๆ แต่ตอนแรกยังไม่ทันได้พูด
จะเกริ่นไปก่อนว่าชอบ การวาดรูป ก็เลยชอบอักษรของญี่ปุ่น
เค้าก็พูดขึ้นมาว่า shodou เหรอ ไอ้เราก็. .เอาวะ ก็ชอบ
เหมือนกันอ่า ก็บอกว่าใช่ เค้าเลยถามว่าไปเห็นมาจากไหน
ไม่เคยไปญี่ปุ่นหนิ เราเลยอึ้ง. . เอาไงดีวะ แล้วก็ตอบไปว่า
แค่เีขียนใส่กระดาษก็ชอบเหมือนกัน
คือทำนองว่าไม่ต้องเป็นกิจลักษณะมาก
แต่พอสอบเสร็จมาคิดใหม่แล้วเค้าคงไม่เข้าใจ เหอๆ. .
แต่ว่ารวมๆคิดว่าดี อย่างน้อยๆคงทำให้เค้าเห็นว่า
เราตั้งใจจะไปเรียนจริงๆ เราชอบภาษาญี่ปุ่นจริงๆ
และเรามีความมุ่งมั่นบากบั่น ขอให้เค้าเห็นสิ่งเหล่านี้ด้วยเถิด
และขอให้ความพยายามของเรามันแปรผันกลายเป็นความสำเร็จ
เค้าถามด้วยว่า เป็นทำงานภาษาอังกฤษอยู่แล้วจะเอาความรู้ที่เรียน
มาใช้ยังไง ก็เลยบอกว่า จริงๆอยากทำงานที่ใช้ภาษาญี่ปุ่น
คิดว่าอยากไปเรียนต่อญี่ปุ่นและนำความรู้ด้านภาษา
และวัฒนธรรมของญี่ปุ่นที่เรียนมาถ่ายทอดให้กับนักเรียน
และีชี้นำแนวทางให้ ตอนสอบเสร็จออกมาดีใจมาก
มีความสุขมาก เพราะรู้สึกว่า ตอบดีบ้างไม่ดีบ้าง
แต่รวมๆแล้วถือว่าใช้ได้ กรรมการดูพอใจแล้วเราก็ใช้ไหวพริบ
ในการตอบคำถาม แล้วก็ดูกระตือกระร้น akarui :)
คิดว่าเค้าคงจะพอใจกับเราในระดับหนึ่ง ^^


พอสอบเสร็จรีบวิ่งไปหาพ่อกับเอิ๊นแล้วก็ไปหาหม่ามี๊ที่หุกตี้ง
แล้วก็ไหว้พระแล้วก็ไปสัมภาษณ์บริษัทจัดหางานต่อ
เจอสัมภาษณ์กับคนญี่ปุ่นอีกแล้ว อิอิ แต่มันต่างกันมากจากคราวก่อนๆ
ที่เราเคยไปสัมภาษณ์งานกับคนญี่ปุ่น
ตอนนั้นแทบฟังไม่ได้พูดไม่ได้ ตอนนี้ดีขึ้นเยอะมาก
เพราะเราฝึกคุย Skype ทุกวัน ดีใจจังเลย สุดท้ายแล้ว
หลายๆอย่างเป็นองค์ประกอบรวมกันที่ทำให้เราพัฒนามาถึงวันนี้
แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ ตัวเรานั่นเอง
ถ้าตัวเราไม่คิดจะเริ่ม ก็คงไม่มีทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นองค์ประกอบตามมา
รู้สึกภูมิใจที่ตัวเองเป็นคนขวนขวายใฝ่หาความก้าวหน้าในชีวิต
ขอให้ทุกอย่างที่ทุ่มเทไปส่งผลให้เราสอบสัมภาษณ์ผ่านด้วยเถิด :)


สุดท้ายสุด . . รักพ่อแม่และน้องเอิ๊นมากมากที่คอยเป็นกำลังใจ
ให้ตลอดการเดินทางของชีวิต. . ^^


 

edit @ 25 Jul 2008 23:16:20 by HirOki Yukimi

2007/Jun/30

とりあえず、
น้องวา พี่อัพไดแล้วววว!!!!!!!!!!!!!!!!!! 555

มะวานเป็นวันเกิดปีที่24ของกิ๊กิ๊
วันสำคัญของคนสำคัญ .. อิอิๆๆ
รอคอยมานานแสนนาน . . วันนี้ของปี
29
มิถุนายน อิอิ
ปกติเป็นพวกจำวันเกิดไม่ค่อยได้..
คือ จำได้อะ จำแม่นด้วย
แต่พอถึงวัน . . ลื ม ต ล อ อ อ ด . .
ปีนี้ ก็เป็นอีก วันเกิดหลายคนก็แฮปได้ดีเลย์มาก
เช่น แอนหนี้ กับ โบววี่ .. แล้วก็ ของแม่ตัวเองด้วย เหอะๆ
ต้องแล้วแต่ดวงจริงๆว่าของคนไหนเราบังเอิญจำได้ในวันนั้น
. . และ แล้ว . .
เราก็ท่องๆๆๆ เราต้องไม่ลืมวันเกิดกิ๊ๆๆๆๆๆๆ
แล้วเราก็ไม่ลืมเจรงๆด้วย อิอิ ดี จ า ย ..
พอเปลี่ยนวันปุ๊ป เราก็ไปแฮปกิ๊ในบอร์ดคนแรกเลย
ได้ตั้งกระทู้ด้วย ปลื้มสุด..
ใฝ่ฝันมา 2 ปี ตั้งแต่ชอบเร้นจ์ อิอิ
แต่อัพไดนี้ไม่ทัน พอดีมะวานกลับบ้าน 5 ทุ่ม เหอะๆ
เลยมาอัพวันนี้แทน
หลังจากไม่ได้อัพมา . . 4-5 เดือน . . เหอะๆๆ
น้องวามาคอมเม้นต์อยู่เรื่อยๆ น่ารักมากเลย
ขอบคุณมากฮ้บ. .
ตอนนี้จะยังมีใครมาอ่านไหม.. (คาดว่าไม่)
เนื่องจากมันร้างมานาน .. เหอะๆ

อย่างไรก็ดี . .

เพื่อเป็นการฉลองวันเกิดของฮิโรกิ๊ที่ร๊าก..
เราเลยทำกราฟฟิกเราคู่กับกิ๊
อะไรจะเหมาะกันขนาดนี้ เอิ๊กๆ

อันแรก
ชื่อภาพ : เก็บเธอไว้ในใจแล้วใส่ไว้ในกล่อง
(เสี่ยวได้อีก)

อันที่สอง
ชื่อภาพ
: รักไม่ยอมเปลี่ยนแปลง
(คือ.. ไม่เกี่ยวอะไรกับในภาพเลย คิดชื่อบ่ออก 55)
ยืมชื่อเพลงพี่ติ๊กซะงั้นเลย เอิ๊กๆ . .
แต่เรารักกิ๊ไม่ยอมเปลี่ยนแปลงจริงๆนะ อิอิ
เป็นนักร้องที่เรารักนานสุดแล้วอ่า
แล้วก็รักมากที่สุดด้วย . .
ไม่เคยร๊ากใครอย่างงี้เลย
ถึงหลังๆจะหายไปก็เหอะ
แต่ยางอยู่ในใจเสมอและตลอดไป . .
อย่างไม่มีใครแทนที่ . . อิอิ
(เสี่ยวแต่จริงนะเออ)

ภาพที่สาม
ชื่อภาพ : ได้แอบเธอมองข้างเดียวอยู่ในมุมนี้
(แต่ไม่พอ .. หึหึ.. ต้องจับแต่งงานให้ได้55+)
555 มันมาเป็นเพลงอีกแล้ว . .
เดี๋ยวนี้เราฟังเพลงไทยบ่อยเกิน เอิ๊กๆ
แต่ก็ไม่มีอะไรเพราะและโดนนนนได้เท่าเพลงเร้นจ์
วันก่อนฟังซาโยนาระ เพลงโปรด แทบคลั่ง ..
อะไรมันจะเพราะขนาดนี้..
ยิ่งไม่ได้ฟังตั้งนานมาฟังอีกที . . โอ้ว พระเจ้า
รู้สึกถึงความสุขที่หาจากไหนไม่ได้. .
มันขั้นสูงสุดจริงๆ. . ท้ายสุดแล้ว . .
บอกได้เลย ยั ง ไ ง ก็ เ ร้ น จ์ . . อิอิ
ทั้งคนทั้งเพลง อะไรก็โดนนนนน ไปหมด อิอิ



สุดท้ายนี้ .. ยังไม่ได้อวยพรเลย ..
ขอให้สามีสุดที่ร๊ากของเรา มีความสุขมากๆๆๆๆๆๆๆ
แล้วขอให้ทำเพลงเพราะๆให้เราและเพื่อนๆฟังอย่างนี้ตลอดไป
สักวันเราจะไปดูคอนเสริต์เร้นจ์ให้ได้ ห้ามเลิกวงเด็ดขาด อิอิ
แล้วจะได้ไปขอกิ๊แต่งงานด้วย เอิ๊กๆ
ร๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกิ๊นะ 24 ชม. อิอิ
จุ๊บๆ

あなたの彼女、
幸美、よりです♪


edit @ 2007/06/30 12:52:34